HOME | HELP | LOGIN | REGISTER

มกราคม 01, 2020, 05:31:59 AM WE LOVE PAGEANT - Happy New Year 2020 ___
พฤศจิกายน 12, 2019, 08:02:05 PM WE LOVE PAGEANT - Congratulations ! THAILAND : Miss International 2019 : https://welovepageant.com/index.php?topic=9676.0 ___
ตุลาคม 21, 2019, 08:33:51 AM WE LOVE PAGEANThttps://welovepageant.com/index.php?action=page&id=4 ___
ตุลาคม 08, 2019, 12:36:58 PM WE LOVE PAGEANT - WE LOVE PAGEANT ___
กันยายน 19, 2019, 09:02:17 AM EARTHใสๆหัวใจวิ้งๆ ( Patthara Thara ) WLP - เว็บสะอาดดังเดิม อิอิ ( แมว 9 ชีวิต ) ___
กันยายน 03, 2019, 08:06:48 AM WE LOVE PAGEANT - มั่นคง ยาวนาน ___
กันยายน 03, 2019, 08:05:45 AM WE LOVE PAGEANT - เข้าสู่ปีที่ 9 ___
กันยายน 02, 2019, 08:01:02 AM WE LOVE PAGEANT - สนใจลงโฆษณาหน้าเว็บ https://welovepageant.com/index.php?topic=9675.0 ___

ดูทั้งหมด




WELCOME THE PERFECT YEAR 2020



หน้า: [1]   ลงล่าง
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: "จีน" มหาอำนาจ (ใหม่) วงการนางงาม  (อ่าน 4153 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

♡ Hello Teddy ♡
WLP Chat-Shout's
EMOgirl@WELOVEPAGEANT
Exclusive WLP
*****
กระทู้: 813
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 12:43:51 PM »
แบ่งปัน

   มาเปลี่ยนทู้มั้งคร้ะ 55555555 เดี๋ยวในห้องแชทเค้าจะเบื่อเอานะคร้ะ !! 55555555
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   ทันทีที่สิ้นเสียงประกาศชื่อ "มิสเวิลด์" คนใหม่ "หยูเหวินเซียะ" กลายเป็นสาวจีนคนล่าสุด ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้หญิง
   
   ที่สวยที่สุดในโลก ถือเป็นการยืนยันความยิ่งใหญ่ของสาวจีนบนเวทีประกวดความงามระดับโลกคนล่าสุด แต่ใน
   
   เวลาเดียวกันก็เป็นความสำเร็จที่มาพร้อมเสียงวิจารณ์มากมาย
        
         สาวงามจากประเทศจีนกลายเป็นดาวเด่นของเวทีประกวดความงามระดับโลกในช่วง 10ปีที่ผ่านมาอย่างต่อ
   
   เนื่อง เฉพาะเวที มิสเวิลด์ ก็คว้ามงกุฏไปถึง 2คนแล้ว นอกจากนั้นยังมีส่วนร่วมในการคว้ารางวัลสำคัญบนเวที
   
   ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ถึงขั้นที่พูดได้ว่าจีนได้กลายเป็นมหาอำนาจของวงการนางงามขึ้นมาเทียบเท่ากับ
   
   อินเดีย, เวเนซุเอลา หรือสหรัฐอเมริกาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

   
   
        
         "จีนต้องการเอาชนะเพื่อเหรียญทองในทุกเวที"
        
         ย้อนหลังกลับไปในปี 1993เมื่อการประกวดนางงามยังเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้รับการยอมรับในสังคมจีนนัก
   
   หนังสือพิมพ์ Beijing Youth Daily ถึงกับเคยตีพิมพ์บทความ ด้วยการพาดหัวใหญ่ด้วยตัวอักษรสีแดงว่า
   
   "มหาวิทยาลัยปักกิ่งปฏิเสธสาวจากเวทีประกวด" นอกจากนั้นเนื้อหายังโจมตีการประกวดความงามว่ามองสตรี
   
   เป็นเพียงวัตถุ ซึ่งดูเหมือนว่าผู้อ่านจำนวนมากก็เห็นด้วยกับเนื้อหาดังกล่าว
   
         แต่ดูเหมือนว่าเมื่อเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปเพียงสองทศวรรษ การประกวดความงามในเมืองจีนไม่เพียงได้รับ
   
   ความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่เสียงต่อต้านการประชันโฉมของหญิงสาววัยรุ่นในชุดว่ายน้ำที่ครั้งหนึ่งถูกมองว่าไม่
   
   เหมาะสมอย่างยิ่ง ก็แทบจะสูญหายไปหมดแล้ว แม้แต่ภาครัฐเองยังให้การสนับสนุนการเดินทางไปประกวดบน
   
   เวทีระดับโลก เพื่อเชื่อว่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้
        
         ดร. หลุยส์ เอ็ดเวิร์ดส ผู้อำนวยการวิชาจีนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง เชื่อว่าถึงตอนนี้ทางภาครัฐจี
   
   นมองเห็นเวทีนางงามเป็นสนามที่ประเทศ สามารถใช้เพื่อประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ได้ไม่แตกต่างอะไรจาก
   
   เกมการแข่งขันกีฬา หรือวิชาการเลย
        
         "จีนต้องการเอาชนะเพื่อเหรียญทองในทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นรางวัลโนเบล หรืออะไรก็ตาม แล้วทำไมจะต้องยกเว้นการประกวดมิสเวิลด์ หรือมิสยูนิเวิร์สด้วย" ดร. เอ็ดเวิร์ดส แสดงความเห็น พร้อมอธิบายว่าสำหรับชาวจีนแล้ว เรื่องของนางงามเป็นส่วนผสมของทั้ง การเมือง, ความบันเทิง และธุรกิจ
        

         เวทีประกวดเรื่อง "เงิน" มาก่อนเรื่อง "งาม"
        
         ทุกวันนี้ประเทศจีนจึงเต็มไปด้วยการประกวดประขันด้านความงามเวทีน้อยใหญ่มากมาย ภูมิภาคต่าง ๆ ล้วน
   
   มีการประกวดความงามในท้องถิ่น รวมถึงการประกวดนางงามเด็ก และประกวดนางแบบ ยังมีการประกวดค้นหา
   
   สาวงามจากโพ้นทะเล แต่สุดท้ายแล้วถนนทุกสายยังมุ่งมาที่จีนแผ่นดินใหญ่ แม้แต่เวทีประกวด มิสไชนิสอิน
   
   เตอร์เนชั่นแนล อันเก่าแก่ของทีวีบี ก็ยังเปลี่ยนรูปแบบจากการเน้นหนักไปที่ "หมวยอินเตอร์" ตัวแทนหญิงสาว
   
   เชื้อสายจีนในประเทศต่าง ๆ มาเป็นการเปิดโอกาสให้กับสาวจีนแต่ละท้องถิ่นของแผ่นดินใหญ่แทน
        
         ปีเตอร์ หวาง เลขาธิการของคณะกรรมการมิสเวิลด์แห่งสาธารณะรัฐประชาชนจีน กล่าวว่าในแผนพัฒนา 5ปี
   
   ของรัฐบาล การพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมคือหนึ่งในยุทธศาสตร์ด้านนโยบายที่สำคัญ ที่จะใช้การประกวด
   
   นางงามเป็นพื้นฐานในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ
        
         อันที่จริงความเปลี่ยนแปลงต่อมุมมองการประกวดประชันความงามในประเทศจีน เริ่มต้นส่อเค้าให้เห็นมา
   
   ตั้งแต่ในยุค 80s แล้ว หลังจากก่อนหน้านั้นในยุคของประธานเหมา สังคมมีมุมมองตั้งความหวังให้ผู้หญิงมีสิทธิ์
   
   เท่าเทียมกับผู้ชายในทุกเรื่อง จนกระทั่งทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงคลี่คลายไปในยุคต่อมาของ เติ้งเสี่ยวผิง ที่
   
   สตรีกลับมามีบทบาทและได้รับการเชิดชูในฐานะผู้หญิงอีกครั้ง พวกเธอได้รับสิทธิ์ที่จะ "สวย" ได้ อันที่จริงใน
   
   ระยะหลัง หญิงสาวชาวจีนได้รับหน้าที่เป็นตัวแทนความ "งาม" ของชนชาติจีนไปด้วยในเวลาเดียวกัน
        
         ขณะที่กระแสการประกวดความงามในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมีแต่จะเสื่อมความนิยมลง ไม่ว่าจะเป็นในยุโรป
   
   หรือหลาย ๆ ประเทศในแถบเอเชีย แม้แต่สหรัฐอเมริกาที่เป็นต้นตำรับ หากจะพูดถึงยุครุ่งเรืองของการประกวด
   
   ความงามก็ต้องย้อนไปเมื่อยุคร่วม 60ปีก่อนนั่นเลย มีเพียงบางประเทศในเอเชีย และแถบลาติอเมริกา ที่เวที
   
   ความงามยังถูกยกย่องให้เป็นวาระสำคัญ
        
         จีนได้กลายเป็นตลาดใหม่ที่ใหญ่, สำคัญ และทรงอิทธิพล ที่สุดของธุรกิจนางงามในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เรื่อง
   
   แปลกหากสาวจีนจะสามารถทำอันดับต้น ๆ รวมถึงคว้ามงกุฎในหลาย ๆ เวทีประกวด และดูเหมือนฐานที่มั่น
   
   สำคัญที่สุดของวงการนางงามจีนจะอยู่ที่ มิสเวิลด์ เวทีประกวดที่เดิมทีมีจุดศูนย์กลางอยู่ในยุโรป

        
        "ซานย่า" เมืองแห่ง "นางงาม"
        
         มีเมืองหลายแห่งในจีนแผ่นดินใหญ่ที่เลือกใช้การประกวดนางงามขึ้นมาเป็นจุดขายทางการท่องเที่ยว รวมถึงซานย่า ที่ธุรกิจรีสอร์ตกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางของการประกวดนางงามหลาย ๆ เวทีในระยะหลังรวมถึงเวลาประกวดนางแบบ New Silk Road ด้วย และเมื่อมีโอกาสเป็นเจ้าภาพอยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นเรื่องปกติที่สาวจีนจะได้ตำแหน่งในการประกวดอยู่เสมอ
        
         ย้อนหลังไปเมื่อเกือบ 10ปีก่อน เพียง 2ปีหลังจากที่จีนได้กลับมาร่วมส่งตัวแทนขึ้นประกวดบนเวทีมิสเวิลด์อีกครั้ง ด้วยสถานะเขตเศรษฐกิจพิเศษทำให้ ซานย่า เมืองทางตอนใต้สุดของมณฑลไหหลำ ได้รับสิทธิพิเศษให้เป็นเจ้าภาพในการจัดงานใหญ่อย่างการประกวดนางงามของเวทีระดับโลก ซึ่งถือเป็นของใหม่สำหรับจีนในช่วงเวลานั้น
        
         ซึ่งก็ดูเหมือนว่าผลที่ออกมาจะประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย เฉพาะ คราวน์ พลาซา ซานย่า สถานที่จัดงาน ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 100ล้านหยวนในปี 2003อันเป็นปีแรกที่ มิสเวิลด์เดินทางมาจัดกันขึ้นที่นี่ จนรัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศต่างเห็นการจัดประกวดนางงามเป็นเหมือนขุมทอง
        
         ซานย่า กลายเป็นเจ้าภาพการจัดประกวดมิสเวิลด์รอบตัดสินถึง 5ครั้ง ในรอบ 10ปีที่ผ่านมา จนแทบจะเรียกได้ว่า เมืองท่องเที่ยวทางภาคใต้แห่งนี้ ได้กลายเป็นบ้านหลังที่ 2ของ มิสเวิลด์ต่อจาก ลอนดอน ไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะระหว่างปี 2003 - 2007เมืองซานย่าเป็นเจ้าภาพของการประกวดมิสเวิลด์อยู่ถึง 4ใน 5ปีเลยทีเดียว
        
         ในปี 2007จางจือลิน ได้กลายเป็นสาวหมวยจีนคนแรก ที่คว้ามงกุฎมิสเวิลด์ไปครองได้สำเร็จ กับการประกวดที่ซานย่าอีกเช่นเคย หลังแทบทุกปีสาวจีนก็มักจะสามารถผ่านเข้าไปในรอบลึก ๆ พร้อมกับคว้ารางวัลสำคัญกลับไปได้แบบไม่มีว่างเว้น
        
         จนมาถึงในปี 2012 ที่ หยูเหวินเซียะ เป็นสาวจีนคนที่ 2 ที่ประสบความสำเร็จคว้ามงกุฎมิสเวิลด์มาครองได้ แต่ครั้งนี้กลับเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย ถึงความไม่เหมาะสม ของผู้ได้รับตำหน่างว่า "ไม่มีความเหมาะสม" เอาเสียเลย

บันทึกการเข้า

♡ Hello Teddy ♡
WLP Chat-Shout's
EMOgirl@WELOVEPAGEANT
Exclusive WLP
*****
กระทู้: 813
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 12:48:14 PM »
แบ่งปัน

   
   
   มิสเวิลด์กับสาวงามที่ตกรอบแรก
   
   
   
   
   
   เรื่องอื้อฉาวที่ "เขตปกครองตนเองมองโกเลีย"
         
          หยูเหวินเซียะ มิสเวิลด์คนล่าสุด คือสาวงามที่กำลังเป็นหัวข้อวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนอยู่ในชุมชนที่ติดตามการประกวดนางงาม หลังเธอเป็นผู้ชนะในการประกวดที่จัดขึ้นใน เออร์ดอส เมืองแห่งเขตปกครองตนเองมองโกเลีย ดินแดนที่กองประกวดประชาสัมพันธ์ว่าเป็น แผ่นดินของเจงกิสข่าน ที่จีนคว้าตำแหน่งได้ในการประกวดที่บ้านอีกครั้ง
         
          เธอกลายเป็นผู้ครองมงกุฎที่ถูกวิจารณ์ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา หน้าตาไร้ความโดดเด่น รูปร่างก็ห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ, ไม่มีหน้าอก, เอวหนา ติดจะมีพุงด้วยนิดหน่อย นอกจากนั้นคุณสมบัติด้านอื่นของเธอก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย
         
          สาวเฮยหลงเจียงวัย 23 ปีคนนี้พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ กล่าวทักทายด้วยคำว่า "สวัสดีตอนเช้า" แทนที่จะเป็น "สวัสดีตอนเย็น" จึงเป็นเรื่องตลกสิ้นดีที่เธอได้รับรางวัลพิเศษ Miss Talent ไปครองอีกรางวัล
         
          ทันทีที่การประกวดจบสิ้นลง ก็มีเสียงวิจารณ์ส่งไปโดยตรงที่เว็บไซต์ของ "มิสเวิลด์" จากบรรดาแฟน ๆ ที่ติดตามการประกวดจากประเทศต่าง ๆ โดยทันที หลายคนระบุว่ามิสเวิลด์กำลังจะทำลายความน่าเชื่อถือของการประกวด ด้วยการจัดฉากล็อกตำแหน่ง มอบรางวัลให้กับตัวแทนของเจ้าภาพ ซึ่งทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในคราวที่ จางจือลิน คว้ามงกุฎมาได้ บนเวทีมิสเวิลด์ที่ซานย่านั้นทุกคนรับได้กับผลที่ออกมา แต่ไม่ใช่สำหรับในปีนี้
         
          "จูเลีย มอร์ลีย์" โดนสวดยับ
         
          ขั้นตอนการประกวดของมิสเวิลด์ปี 2012 ก็ถูกวิจารณ์ว่าเต็มไปด้วยความไม่เป็นมืออาชีพ ซ้ำร้ายยังเผยให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่ไม่มีการแนะนำรายชื่อของคณะกรรมการ อย่างเป็นทางการ, การคัดเลือกสาวงามให้ผ่านเข้ารอบก็เป็นไปอย่างไร้เหตุผล สาวงามตัวแทนเม็กซิโกมีคะแนนเป็นลำดับที่ 2 ของรอบเซมิไฟนอล แต่กลับไม่สามารถผ่านเข้าไปถึงรอบ 7 คนสุดท้ายได้
          
          เช่นเดียวกับรางวัลพิเศษที่เริ่มในปีนี้อย่าง "มิสมัลติมิเดีย" ที่มีคำอธิบายว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วม โหวตนางงามให้ผ่านเข้ารอบได้ ก็ไม่เคยชัดเจนว่ามีกติการเป็นอย่างไร เพราะสุดท้ายแล้วสาวงามที่ได้รับการกด LIKE มากที่สุดก็ไม่ได้รับรางวัลพิเศษนี้แต่อย่างใด
         
          ซึ่งเป้าที่ถูกวิจารณ์อย่างหนักหน่วงที่สุดจึงไปตกอยู่กับ จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและกรรมการบริหารของกองการประกวด ที่โดนกล่าวหาว่าจากการบริหารงานของเธอ มิสเวิลด์กำลังกลายเป็นเวทีที่มงกุฎซื้อได้ด้วยเงิน และมอบรางวัลให้กับตัวแทนของประเทศที่สามารถมอบผลประโยชน์ให้กับกองประกวดได้สูงสุด ไม่ว่าผลประโยชน์นั้นจะมาโดยทางตรง หรือทางอ้อมก็ตาม
         
          มีข้อกล่าวหาถึงขั้นที่ว่า มอร์ลีย์ มีผลประโยชน์อยู่กับนักธุรกิจจีน และยังช่วยฟอกเงินให้บรรดานักธุรกิจ และนักการเมืองบางคนของที่นี่ด้วย บางคนก็เชื่อว่าเหตุที่สาวงามจาก เคนยา, อินโดนีเซีย และอินเดีย ได้รับตำแหน่งในการประกวดมิสเวิลด์ครั้งล่าสุด ก็เพราะประเทศเหล่านั้นได้จ่ายเงินและเชื้อเชิญให้ มอร์ลีย์ เดินทางไปเยือน โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่กำลังจะเป็นเจ้าภาพของมิสเวิลด์ในปี 2013 ด้วย
         
          ผู้ติดตามการประกวดนางงามส่วนใหญ่ยืนยันว่าพวกเขาเข้าใจธรรมชาติของการประกวดนางงาม ที่เดิมทีก็ไม่ได้ตัดสินกันด้วย "ความงาม" เพียงอย่างเดียวอยู่แล้ว เพราะ "การเมือง" และ "ธุรกิจ" คือองค์ประกอบที่สำคัญที่ไม่มีใครปฏิเสธ แต่การตัดสินที่ขัดต่อความรู้สึก แบบ "ไม่เห็นหัว" ผู้ชมกันเลย ก็มีแต่จะทำให้ "อุตสาหกรรมประกวดความงาม" ที่มีแต่จะลดความนิยมลง เสื่อมถ่อยเร็วกว่าที่ควรจะเป็นไปเรื่อย ๆ

บันทึกการเข้า

EARTHใสๆหัวใจวิ้งๆ ( Pattharah Thara ) WLP
WLP WEB MASTER
The Best of Exclusive WLP
*
กระทู้: 11709 WE LOVE PAGEANT : บอร์ดใสๆหัวใจวิ้งๆ


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 02:34:51 PM »
แบ่งปัน

ปรบมือ โมเดอร์เรเตอร์ไฟแรงแห่งปี เลือด WLP ตัวจริง  EMO Girl อัพสาระได้ทุกรูปแบบ สุดยอดมากๆๆๆๆ
นิสัยดีจริงใจ คนดีมักซุ่มเงียบเสมอๆอิอิ ปั่นกระทู้เยอะๆนะครับ ดังแล้วก็อย่าลืมคุณหรือถีบเรือให้ล่มล่ะ 55555
(หรือพยายามถีบเรือให้ล่ม เพื่อจะได้โวยวายให้ตัวเองดัง ก็อย่านะ อิอิ....ปล.มันเกี่ยวกับทู้  " จีน "  มหาอำนาจไหมนี้ คริๆๆๆๆ)





.
.
.
.
.



เข้าเรื่องนิดนุง

จีน มหาอำนาจ ก็ทำได้ทุกอย่างแหละ เพียงแต่อย่าให้น่าเกลียดก็เท่านั้นเอง








« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 16, 2012, 03:27:56 PM โดย EARTHใสๆหัวใจวิ้งๆ » บันทึกการเข้า


มงกุฏสองพันปี [Venetzerma]
Moderator
Exclusive WLP
*
กระทู้: 1893
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 06:51:15 PM »
แบ่งปัน

น้อง EMO girl เก่งมากเลยค่ะ ข้อมูลแน่นมาก
บันทึกการเข้า

หัวใจสวรรค์ [Cabolipking]
Moderator
Exclusive WLP
*
กระทู้: 793
« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 07:04:19 PM »
แบ่งปัน

10 10 10
บันทึกการเข้า

♡ Hello Teddy ♡
WLP Chat-Shout's
EMOgirl@WELOVEPAGEANT
Exclusive WLP
*****
กระทู้: 813
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2012, 09:43:33 AM »
แบ่งปัน

น้อง EMO girl เก่งมากเลยค่ะ ข้อมูลแน่นมาก









แอร้สสสสส ขอบคุณคร้ะ คุณพี่สองพันนน
บันทึกการเข้า

Miss Domini Doonie [Corechon]
Mistery Doonie
Premium WLP
****
กระทู้: 418
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 27, 2012, 10:50:02 AM »
แบ่งปัน

เริ่ดจริงอะไรจริง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
กระโดดไป: